Remy เป็นหนูที่แตกต่างจากหนูตัวอื่นในครอบครัว ต่างจากเพื่อนๆหนูทุกตัวตรงที่มันมีสัมผัสเกี่ยวกับอาหารที่ละเอียดอ่อน ด้วยพรสวรรค์อันนี้ ทำให้ Remy ใฝ่ฝันที่จะเป็นพ่อครัวมือหนึ่งในปารีส เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะการทำอาหารอันดับหนึ่งของโลกแม้ว่าจะครอบครัวของมันจะไม่เห็นด้วย "จะต้องมาคอยแยกแยะระหว่างอาหารชั้นดีกับอาหารชั้นเลวทำไม ในเมื่อสิ่งสำคัญสำหรับหนูคือแค่การอยู่รอดไปวันๆด้วยการแทะกินเศษอาหารจากกองขยะ"
พวกมันไม่เห็นความจำเป็นในการที่จะต้องเหนื่อยเพิ่มเติมและหาอาหารดีๆได้น้อยลง แต่หนูสีน้ำเงินรักสะอาดตัวนี้กลับไม่สามารถปฏิเสธเสียงข้างในที่เรียกร้องให้มันเป็นตัวของตัวเองได้ และนั่นก็ทำให้ Remy ได้เริ่มใช้พรสวรรค์ในการทำอาหารของมันหนังเรื่องนี้ มีความลึกซึ้ง เรียกได้ว่าเป็นการ์ตูนปรัชญาเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นแง่มุมอารมณ์ต่างๆของมนุษย์ที่ถูกสะท้อนออกมาจากตัวละครที่มีบุคลิกที่ต่างกัน
อย่าง Linguini เองก็เป็นเพียงเด็กผู้ชายวัยรุ่น(ปลายๆ)ธรรมดาๆคนหนึ่งที่ใครๆก็มองว่าไม่เอาไหน เขาไม่มีความสามารถอะไรแถมยังเซ่อซ่าจนสร้างความเดือดร้อนให้กับทุกคนที่อยู่รอบตัวเขาอีกด้วย หลังจากที่แม่เขาเสีย เขาก็เข้ามาสมัครงานเป็นเด็กเก็บขยะในอดีตร้านอาหารอันดับหนึ่งของปารีสที่หลังความตายของเจ้าของร้านที่มีชื่อว่า Gusteau กลับได้รับความนิยมน้อยลงๆทุกที และที่นี่เองที่ Linguini ได้มาพบกับหนูตัวเล็กที่มีฝีมือในการทำอาหารเป็นเลิศอย่าง Remy ทั้งสองร่วมมือกันสรรค์สร้างอาหารจานเลิศในนามของเด็กหนุ่มโดยฝีมือที่แท้จริงเป็นของพ่อครัวหนูนี่เอง
ชื่อเสียงของ Linguini เริ่มเป็นที่กระฉ่อนจนร้าน Gusteau กลับมาได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง พ่อครัวใหญ่ Skinner ที่คิดจะฮุบกิจการนี้อยู่แล้ว จึงริษยาและคิดหาวิธีกำจัดเด็กหนุ่มนี้ให้ได้ส่วน Remy เองก็ต้องต่อสู้กับความขัดแย้งในตัวของมันเอง ระหว่างครอบครัวของมัน หรือ ความฝันกันแน่ที่มันต้องเลือก?
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังเด็กเล็กเลย แต่กลับเป็นเรื่องยอดเยี่ยมสำหรับผู้ใหญ่ต่างหาก วัยรุ่นที่ต้องเลือกเส้นทางของตัวเอง ระหว่างการเลือกวิถีชีวิตตามที่พ่อแม่กำหนด หรือว่าความฝันของตัวเอง? แม้กระทั่งเพศที่สามที่ต้องฝ่าฟันกับอุปสรรคที่ขัดแย้งภายในจิตใจตน สุดท้ายสิ่งที่หนังเรื่องนี้ต้องการบอกก็คือ จงเป็นตัวของคุณเอง จงกล้าหาญที่จะค้นหาตัวเอง และเมื่อเจอมันแล้ว จงกล้าหาญยิ่งกว่าที่จะยอมรับมันและทำให้มันเป็นจริง
อย่างนักชิมที่มีชื่อว่า Ego ก็เหมือนกัน Ego แปลว่าอัตตาหรือทิฐิที่ในสุดท้ายจะต้องเอาชนะปมของตัวเองเพื่อที่จะเป็นนักวิจารณ์ได้อย่างเที่ยงตรงและยุติธรรมที่สุดให้ได้ สิ่งที่ Remy ต้องการจะบอกกับ Ego ก็คือ อาหารคือความรัก คือจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัด บางครั้งอาหารที่ดีที่สุดก็คืออาหารที่เรียบง่ายแต่สามารถเข้าถึงจิตใจของผู้กินได้
อีกแง่มุมหนึ่งที่ซึ้งกินใจของ Ratatouille ก็คือมิตรภาพระหว่างมนุษย์และหนูที่ไม่น่าจะเป็นเพื่อนกันได้ สำหรับหนูแล้ว มนุษย์คือผู้เข่นฆ่า และสำหรับมนุษย์ หนูคือพาหะเชื้อโรคมากมาย แต่ทั้ง Remy และ Linguini ต่างก็สามารถมอบความจริงใจให้กัน มองข้ามเปลือกภายนอกของแต่ละฝ่ายได้






















